FPS (Frames per Second) หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า “จำนวนเฟรมต่อวินาที” เป็นหนึ่งในคำศัพท์พื้นฐานที่สำคัญมากในการผลิตวิดีโอและการถ่ายทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ การถ่ายทำภาพยนตร์ การทำแอนิเมชัน หรือแม้กระทั่งในการเล่นเกม คำนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่สมูทและเสมือนจริงของการเคลื่อนไหวในภาพ โดยการทำความเข้าใจเรื่อง FPS จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเมื่อเลือกรูปแบบวิดีโอหรืออุปกรณ์สำหรับการถ่ายทำ
FPS (Frames per Second) คืออะไร?
FPS (Frames per Second) หมายถึงจำนวนภาพนิ่ง (เฟรม) ที่แสดงผลในหนึ่งวินาทีของวิดีโอหรือแอนิเมชัน ยิ่งจำนวน FPS สูงเท่าไหร่ การเคลื่อนไหวก็จะยิ่งดูลื่นไหลและสมจริงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น วิดีโอที่มี FPS 30 หมายความว่าในหนึ่งวินาทีของวิดีโอนั้นมีการแสดงผลภาพนิ่งถึง 30 ภาพต่อเนื่องกัน การที่มีจำนวนเฟรมมากจะช่วยให้การเคลื่อนไหวในวิดีโอดูสมูท ไม่กระตุก หรือเป็นภาพสไลด์
ทำไม FPS ถึงสำคัญ?
FPS มีผลอย่างมากต่อคุณภาพของวิดีโอและความรู้สึกที่ผู้ชมได้รับ ถ้าจำนวน FPS ต่ำเกินไป ภาพเคลื่อนไหวจะดูไม่ลื่นไหล อาจจะมีอาการกระตุกหรือไม่สมจริง ตัวอย่างเช่น วิดีโอที่มี FPS ต่ำกว่าปกติอาจจะทำให้ภาพดูช้า หรือไม่สมบูรณ์ โดยปกติแล้วการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ทั่วไปจะใช้ FPS ประมาณ 24 ถึง 30 เพื่อให้ได้ภาพเคลื่อนไหวที่ดูสมจริงและไม่หนักเครื่องจนเกินไป
ในเกมคอมพิวเตอร์หรือวิดีโอเกม การที่มี FPS สูงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและความสามารถในการตอบสนองของผู้เล่นขึ้นอยู่กับจำนวน FPS เกมที่มี FPS ต่ำอาจทำให้การเล่นเกมยากขึ้น เพราะการกระตุกหรือการเคลื่อนไหวไม่ลื่นไหลจะส่งผลให้การควบคุมตัวละครยากขึ้น
ประเภทของ FPS ในการถ่ายทำและเล่นเกม
- 24 FPS: ใช้เป็นมาตรฐานในการถ่ายทำภาพยนตร์ วิดีโอที่มีจำนวนเฟรม 24 FPS จะทำให้ภาพเคลื่อนไหวดูเหมือนภาพยนตร์ สร้างความรู้สึกทางศิลปะได้ดี แต่ในบางครั้งอาจดูไม่ลื่นไหลมากเมื่อเทียบกับ FPS ที่สูงกว่า
- 30 FPS: เป็นมาตรฐานสำหรับรายการโทรทัศน์และวิดีโอบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ YouTube หรือ Facebook วิดีโอในรูปแบบนี้มีความลื่นไหลพอสมควรและเป็นที่นิยมในงานทั่วไป
- 60 FPS: วิดีโอหรือเกมที่มี FPS 60 จะมีความลื่นไหลและสมจริงมากขึ้น ใช้ในงานที่ต้องการความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เช่น เกมแข่งรถ การถ่ายทำกีฬาสด หรือแอนิเมชันที่ต้องการความสมูทของการเคลื่อนไหว
- 120 FPS และสูงกว่า: มักใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดและความเร็วสูง เช่น การทำงานในระบบ VR (Virtual Reality) หรือเกมที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น เกม FPS (First-Person Shooter) เพื่อให้ผู้เล่นสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ในเกมได้ทันที
ความสำคัญของ FPS ในการเล่นเกม
ในวงการเกม FPS เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นเกม ยิ่ง FPS สูงเท่าไหร่ ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์การเล่นที่ดีขึ้น การควบคุมตัวละครในเกมจะทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นโดยเฉพาะในเกมที่ต้องใช้การตอบสนองทันที เช่น เกมยิงปืน หรือเกมแข่งขันแบบออนไลน์ หาก FPS ต่ำ การกระตุกของภาพจะทำให้ผู้เล่นเสียเปรียบในเกมเหล่านี้อย่างมาก
การใช้จอมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลที่มีความสามารถรองรับ FPS สูงก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการเล่นเกม มอนิเตอร์ที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง เช่น 144Hz หรือ 240Hz สามารถแสดงผลได้ลื่นไหลและเข้ากับ FPS ที่สูงในเกมได้ดีกว่า
FPS ในการถ่ายทำวิดีโอ
สำหรับการถ่ายทำวิดีโอและการผลิตสื่อในรูปแบบต่าง ๆ การเลือก FPS ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของงาน เช่น ถ้าคุณต้องการให้วิดีโอของคุณดูมีลักษณะเป็นภาพยนตร์แบบดั้งเดิม การใช้ FPS 24 ก็ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าต้องการให้วิดีโอของคุณดูเป็นธรรมชาติและลื่นไหลมากขึ้น การใช้ FPS 30 หรือสูงกว่าอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
ในบางกรณี ผู้สร้างสื่ออาจเลือกถ่ายทำที่ FPS สูง เช่น 60 FPS หรือ 120 FPS เพื่อให้มีภาพที่คมชัดและดูมีความลื่นไหลสูง โดยเฉพาะในฉากที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว หรือในงานที่ต้องการการแสดงผลแบบสโลว์โมชั่น (Slow Motion) ซึ่งสามารถใช้ FPS สูงเพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียดและเคลื่อนไหวช้าอย่างสมบูรณ์แบบ
ผลกระทบของ FPS ต่อขนาดไฟล์และการจัดเก็บข้อมูล
FPS ที่สูงขึ้นจะทำให้จำนวนเฟรมในวิดีโอเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าไฟล์วิดีโอจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากมีจำนวนภาพนิ่งที่ต้องเก็บไว้มากขึ้น ดังนั้นในการเลือก FPS ควรคำนึงถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและความสามารถของอุปกรณ์ในการประมวลผลไฟล์วิดีโอ โดยเฉพาะในการทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการทำงานในโครงการที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูล